Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012) | หนังดี24

แนะนำ Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012)
เคยจินตนาการไหมว่าประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาส จะมีชีวิตอีกด้านที่ซ่อนเร้นอยู่? หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับลินคอล์นในบทบาทที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน นั่นคือ “นักล่าแวมไพร์” ผู้มากด้วยวิชาและความแค้น หนังผสมผสานประวัติศาสตร์อเมริกาเข้ากับแฟนตาซีสยองขวัญได้อย่างลงตัว รับรองว่าคุณจะได้เห็นลินคอล์นในมุมที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน
ข้อมูลหนังโดยย่อ
- ชื่อเรื่อง: Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012)
- ชื่อภาษาไทย: Abraham Lincoln: Vampire Hunter ประธานาธิบดี ลินคอล์น นักล่าแวมไพร์
- Original Title: Abraham Lincoln: Vampire Hunter
- ปีที่ฉาย: 2012
- แนวหนัง: Action, Fantasy, Horror
- วันเข้าฉาย: 2012
- ผู้กำกับ: Timur Bekmambetov
- คะแนน: 5.8/10
เรื่องย่อ Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออับราฮัม ลินคอล์น ยังเป็นเด็กหนุ่ม เขาต้องสูญเสียแม่ไปอย่างน่าเศร้าจากการถูกสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติทำร้าย เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ฝังรากแห่งความแค้นและจุดประกายความมุ่งมั่นในใจของเขา ลินคอล์นจึงตัดสินใจออกตามล่าหาความจริงและแก้แค้นให้กับแม่ของเขา
ระหว่างทาง เขาได้พบกับเฮนรี สเตอร์เจส ชายลึกลับที่เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับแวมไพร์และสอนวิชาการต่อสู้ให้กับลินคอล์น เฮนรีฝึกฝนลินคอล์นให้เป็นนักล่าแวมไพร์ที่เก่งกาจ พร้อมกับมอบขวานเงินคู่ใจที่กลายเป็นอาวุธประจำกายของเขา ลินคอล์นเรียนรู้ว่าแวมไพร์ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดในตำนาน แต่เป็นภัยคุกคามที่แท้จริงต่อมนุษยชาติ
เมื่อลินคอล์นเติบโตขึ้นและก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง เขาพบว่าเบื้องหลังสงครามกลางเมืองอเมริกามีเงื้อมมือของแวมไพร์อยู่เบื้องหลัง แวมไพร์ซึ่งนำโดยอดัม หัวหน้าเผ่าพันธุ์แวมไพร์ที่ทรงพลัง ได้ร่วมมือกับฝ่ายสมาพันธรัฐเพื่อหวังกดขี่ทาสและขยายอำนาจของพวกเขา ลินคอล์นจึงต้องใช้ทั้งความรู้ทางการเมืองและทักษะนักล่าแวมไพร์ของเขาเพื่อต่อสู้กับศัตรูสอง fronts
ลินคอล์นต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างหน้าที่ของประธานาธิบดีกับการแก้แค้นส่วนตัว เขาใช้ขวานเงินฟาดฟันแวมไพร์ในสนามรบ ขณะเดียวกันก็ต้องนำพาประเทศฝ่าวิกฤตสงครามกลางเมือง หนังพาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างลินคอล์นกับผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นแมรี ท็อดด์ ภรรยาของเขา หรือวิลเลียม สจ๊วต เพื่อนสนิทที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
จุดหักเหสำคัญเกิดขึ้นเมื่อลินคอล์นรู้ความจริงว่าเฮนรี สเตอร์เจส ผู้เป็นอาจารย์ของเขา แท้จริงแล้วเป็นแวมไพร์ที่กลับใจ เฮนรีเปิดเผยว่าเขาฆ่าแม่ของลินคอล์นโดยไม่ได้ตั้งใจ และใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อไถ่บาป ความจริงนี้ทำให้ลินคอล์นต้องทบทวนความเชื่อและเป้าหมายของเขาใหม่
ในที่สุด ลินคอล์นนำทัพสหภาพเข้าสู่สมรภูมิ decisive กับกองทัพแวมไพร์ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นบนสะพานและในป่า ลินคอล์นใช้ขวานเงินของเขาฟาดฟันศัตรูอย่างองอาจ จนกระทั่งสามารถสังหารอดัม หัวหน้าแวมไพร์ได้สำเร็จ การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้สงครามกลางเมืองยุติลง และลินคอล์นสามารถประกาศเลิกทาสได้สำเร็จ
ท้ายที่สุด ลินคอล์นกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบในฐานะประธานาธิบดี แต่เขายังคงเก็บความลับเกี่ยวกับการเป็นนักล่าแวมไพร์ไว้ตลอดกาล หนังจบลงด้วยภาพของลินคอล์นที่ยืนอยู่บนระเบียงทำเนียบขาว มองไปยังอนาคตที่สดใสของประเทศ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังการปลดปล่อยทาส มีชายผู้หนึ่งที่ต่อสู้กับความมืดเพื่อแสงสว่างของมนุษยชาติ
รีวิวภาพรวม
“Abraham Lincoln: Vampire Hunter” เป็นหนังที่กล้าคิดกล้าทำในการนำเสนอประวัติศาสตร์ในมุมมองที่เหนือจริง งานสร้างและเทคนิคพิเศษของหนังทำออกมาได้สวยงามตระการตา โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่ใช้ขวานเงินของลินคอล์น ซึ่งถูกออกแบบท่าเต้นได้อย่างโฉบเฉี่ยวและน่าตื่นเต้น ผู้กำกับ Timur Bekmambetov ที่เคยฝากผลงานอย่าง “Wanted” และ “Night Watch” นำสไตล์การถ่ายทำที่เร็วและดุดันมาใช้ได้อย่างลงตัว
เบนจามิน วอล์กเกอร์ ในบทอับราฮัม ลินคอล์น ทำการแสดงได้น่าเชื่อถือทั้งในบทบาทของประธานาธิบดีผู้สุขุมและนักล่าแวมไพร์ผู้เด็ดขาด เขาสามารถถ่ายทอดความขัดแย้งภายในจิตใจของลินคอล์นที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่ส่วนรวมและความแค้นส่วนตัวได้ดี ส่วนนักแสดงสมทบอย่าง Rufus Sewell ในบทอดัมก็แสดงเป็นวายร้ายได้ชวนขนลุก
อย่างไรก็ตาม หนังอาจจะไม่ถูกใจแฟนประวัติศาสตร์ที่คาดหวังความสมจริง เพราะเนื้อเรื่องมีการดัดแปลงประวัติศาสตร์อย่างหนักเพื่อให้เข้ากับธีมแวมไพร์ บางคนอาจรู้สึกว่าการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์กับแฟนตาซีนั้นไม่ลงตัวนัก แต่ถ้าคุณเปิดใจและมองว่ามันคือหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่หยิบเอาบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาเป็นตัวเอก ก็จะสนุกไปกับมันได้ไม่ยาก
ดนตรีประกอบของหนังโดย Henry Jackman ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศได้ดี โดยเฉพาะในฉากต่อสู้ที่เร้าใจและฉากดราม่าที่ซึ้งกินใจ งานด้านภาพและแสงสีก็ทำออกมาได้สวยงาม โดยเฉพาะฉากในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับและน่าสะพรึงกลัว
โดยรวมแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและแปลกใหม่ ไม่เหมือนหนังแวมไพร์หรือหนังประวัติศาสตร์เรื่องไหนที่คุณเคยดู มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่ก็เป็นหนังที่กล้าแตกต่างและน่าจดจำ
จุดเด่นที่ทำให้น่าดู
- แนวคิดสร้างสรรค์ที่นำประวัติศาสตร์จริงมาผสมผสานกับแฟนตาซีแวมไพร์ได้อย่างกล้าหาญและไม่เหมือนใคร
- ฉากแอคชั่นและเทคนิคพิเศษที่สวยงามตระการตา โดยเฉพาะฉากต่อสู้ด้วยขวานเงินที่ออกแบบท่าเต้นได้โฉบเฉี่ยว
- การแสดงของเบนจามิน วอล์กเกอร์ที่ถ่ายทอดทั้งความสุขุมของประธานาธิบดีและความดุดันของนักล่าแวมไพร์ได้อย่างน่าเชื่อถือ
- บรรยากาศของหนังที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของยุคศตวรรษที่ 19 กับความสยองขวัญของแวมไพร์ได้อย่างลงตัว
- เนื้อเรื่องที่มีชั้นเชิงและสอดแทรกประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการเลิกทาสและการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
บรรยากาศและโทนของหนัง
หนังมีบรรยากาศที่มืดหม่นและเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะในช่วงที่ลินคอล์นต้องเผชิญหน้ากับแวมไพร์ งานด้านภาพใช้โทนสีที่ขรึมและเย็นชาเพื่อสื่อถึงความโหดร้ายของสงครามและความสยองขวัญของสิ่งเหนือธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็มีช่วงเวลาที่อบอุ่นและซาบซึ้งเมื่อลินคอล์นอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท
โทนของหนังมีความจริงจังและดราม่าในระดับหนึ่ง แต่ก็แทรกด้วยมุขตลกและการกระทำที่เกินจริงเพื่อสร้างความบันเทิง การดำเนินเรื่องค่อนข้างรวดเร็วและไม่ยืดเยื้อ ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกเบื่อ หนังสามารถสร้างสมดุลระหว่างความสยองขวัญ แอคชั่น และดราม่าได้อย่างน่าสนใจ แม้บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าการเปลี่ยนผ่านระหว่างอารมณ์ต่างๆ ยังไม่เนียนนัก
เหมาะกับใคร
หนังเรื่องนี้เหมาะกับแฟนหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่ชอบความแปลกใหม่และไม่กลัวการดัดแปลงประวัติศาสตร์ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบแนวคิด “what if” และอยากเห็นประธานาธิบดีลินคอล์นในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน คุณจะสนุกกับหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ หนังยังเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบหนังแวมไพร์ในรูปแบบที่ไม่ธรรมดา เพราะแวมไพร์ในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่สัตว์ประหลาด แต่มีบทบาททางการเมืองและสังคมที่ซับซ้อน แฟนหนังของผู้กำกับ Timur Bekmambetov ก็น่าจะชอบสไตล์การถ่ายทำที่เร็วและดุดันของเขาเช่นกัน
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เคร่งครัดกับประวัติศาสตร์และไม่ชอบให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ถูกใจคุณนัก เพราะมันเป็นการนำเสนอประวัติศาสตร์ในแบบที่เหนือจริงและจินตนาการล้วนๆ
สรุป Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012)
“Abraham Lincoln: Vampire Hunter” เป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่กล้าท้าทายขนบของการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ด้วยการนำเสนออับราฮัม ลินคอล์นในฐานะนักล่าแวมไพร์ผู้มากด้วยฝีมือ หนังมีฉากต่อสู้ที่สวยงามและตื่นเต้น การแสดงที่น่าเชื่อถือ และเนื้อเรื่องที่สอดแทรกประเด็นทางสังคม แม้จะไม่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำสำหรับผู้ที่เปิดใจรับความแปลกใหม่
ชอบดูหนังแนวนี้อยู่ใช่ไหม? สามารถดูหนังออนไลน์เรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมายที่ หนังดี24.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012)
หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากประวัติศาสตร์จริงหรือไม่?
ไม่ใช่ครับ หนังเรื่องนี้เป็นงานแฟนตาซีที่นำเอาบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างอับราฮัม ลินคอล์น มาใส่ในเรื่องราวเหนือจริงเกี่ยวกับการล่าแวมไพร์ แม้จะมีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริงๆ เช่น สงครามกลางเมืองอเมริกาและการเลิกทาส แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแวมไพร์และการต่อสู้ของลินคอล์นเป็นเพียงจินตนาการล้วนๆ
ใครเป็นผู้เขียนบทและผู้กำกับหนังเรื่องนี้?
หนังกำกับโดย Timur Bekmambetov ผู้กำกับชาวรัสเซียที่โด่งดังจากผลงานอย่าง “Wanted” และ “Night Watch” ส่วนบทภาพยนตร์เขียนโดย Seth Grahame-Smith ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่เขาเขียนเอง โดยมี Simon Kinberg ร่วมเขียนบทด้วย
ทำไมลินคอล์นถึงใช้ขวานเป็นอาวุธหลัก?
ในหนังมีการอธิบายว่าลินคอล์นใช้ขวานเพราะมันเป็นเครื่องมือที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเขาเติบโตมาในครอบครัวที่ต้องใช้ขวานในการตัดไม้และทำงานต่างๆ นอกจากนี้ ขวานยังเป็นอาวุธที่ทรงพลังและสามารถใช้ในการฟาดฟันแวมไพร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อทำจากเงินซึ่งเป็นอาวุธที่แวมไพร์กลัว
หนังมีความสัมพันธ์กับนวนิยายต้นฉบับอย่างไร?
หนังดัดแปลงมาจากนวนิยายของ Seth Grahame-Smith ที่ตีพิมพ์ในปี 2010 โดยเนื้อหาหลักๆ คล้ายกัน แต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้เหมาะกับการนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ เช่น การเพิ่มฉากแอคชั่นที่ตื่นเต้นมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครบางตัวให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น











